สงกรานต์ซบหนักทั่วประเทศ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง-น้ำมันแพงเงินสะพัดต่ำสุดในรอบ 4 ปี เชียงใหม่หนักสุดเจอพิษฝุ่นทุบซ้ำ พัทยาฮึดสู้จัดอีเวนต์เล่นน้ำทั้งเดือน หาดใหญ่โอดยอดจองที่พักเหลือแค่ 50% ด้าน ม.หอการค้าฯ เผยผลสำรวจ คนไทยวางแผนกลับบ้านท่องเที่ยวไม่ถึง 5% เน้นเที่ยวในจังหวัดตัวเอง
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า คนส่วนใหญ่ 58.2% ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ และ 41.8% เล่นน้ำสงกรานต์ เมื่อถามถึงแผนการเดินทางในช่วงสงกรานต์ คนส่วนใหญ่ 56.6% จะเที่ยวในจังหวัด อีก 5.5% เที่ยวในประเทศ มีเพียง 4.2% กลับบ้านและวางแผนเที่ยว และ 0.7% เที่ยวต่างประเทศ โดยคนที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศจะใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาท/คน ส่วนต่างประเทศเฉลี่ย 37,083 บาท/คน
ส่วนแผนการใช้จ่าย คนส่วนใหญ่ 42.7% ตอบว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 36.5% ตอบว่าใช้จ่ายลดลง ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยสาเหตุที่ใช้จ่ายลดลง เนื่องจากน้ำมันแพง สินค้าและบริการราคาแพง ค่าครองชีพสูง ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีหนี้เพิ่มขึ้น และต้องการฉลองแบบประหยัดเป็นต้น
นางอุมากมลกล่าวว่า บรรยากาศของสงกรานต์ปีนี้ คนส่วนใหญ่ 51.8% มองว่าสนุกสนานเหมือนเดิม แต่สัดส่วนคนที่มองว่าสนุกสนานลดลง มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน คือปรับจาก 4% เป็น 33% อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชี้ว่าคนไทยมีความกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือราคาน้ำมันแพง ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ เป็นต้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ อีกทั้งต้องติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาด้วย ซึ่งมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
“สงกรานต์ปีนี้คนจะชะลอการใช้จ่าย รัดเข็มขัดกันมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันแพง สินค้าแพง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง จะเห็นชัดเจนว่าคนใช้จ่ายลดลง ออกไปท่องเที่ยวน้อยลง”
ทั้งนี้ ม.หอการค้าไทยประเมินว่าสงกรานต์ปีนี้จะเงียบเหงากว่าปีก่อน คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากน้ำมันแพง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าจะเข้ามาเที่ยวไทยในช่วงสงกรานต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย จีน และยุโรป
นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วงจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง โดยพบว่ายอดจองห้องพักในเดือนมีนาคมและเมษายน 2569 ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและตะวันออกกลางที่ยกเลิกการจองทั้งหมดไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง ภาพรวมยอดจองห้องพักตอนนี้ทรงตัวอยู่ที่ระดับเพียง 5-10% จากเดิมที่เคยเป็นกลุ่มหลัก 100%
อย่างไรก็ตาม ยังพอมีสัญญาณบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย ได้แก่ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน และมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจองล่วงหน้า ทำให้ยอดจองในช่วงสงกรานต์ยังคงอยู่ที่ประมาณ 60% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 2 ปี
นายไพศาลกล่าวต่อว่า จากการประเมินรายได้ที่สูญเสียไปในช่วงวิกฤตฝุ่นควันเป็นเวลาราว 2 เดือน (60 วัน) พบว่าเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานหายไปกว่า 5,000 คน/วัน หากคำนวณจากค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3,000 บาทต่อคนต่อวัน เท่ากับเชียงใหม่สูญเสียรายได้ไปมากกว่า 15 ล้านบาทต่อวัน หรืออาจมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมกลุ่มคนไทยที่ขับรถมาเอง ที่ปัจจุบันแทบไม่มีเข้ามาในพื้นที่เลย
นอกจากนี้ ในช่วง PM 2.5 ยังมีกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปขอยกเลิกการพักกลางคัน (Check-Out ก่อนกำหนด) เพื่อหนีฝุ่นไปพักผ่อนที่ภูเก็ตแทน ซึ่งโรงแรมต้องแบกรับภาระคืนเงินเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้
ดร.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลให้สินค้าอุปโภคบริโภคปรับราคาสูงขึ้น ทำให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ประชาชนชะลอการเดินทางและลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดบุ๊กกิ้งที่พัก-โรงแรมตั้งแต่ระดับ 1-5 ดาวที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองขอนแก่นยังไม่มากเท่าที่ควร ขณะที่ปี 2568 มียอดจองที่พักมากกว่า 70%
ปีนี้เทศบาลนครขอนแก่นจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2569 ที่บริเวณ ถ.ข้าวเหนียว ถ.อดุลสำราญ ถ.รื่นรมย์ เป็นต้น ไฮไลต์สำคัญของงานถนนข้าวเหนียวในปีนี้คือ การเล่น Human Wave หรือคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ ที่ถนนข้าวเหนียว ที่ยังคงเป็น ‘Destination’ หลักของนักท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน สามัคคี โดยไม่ต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์ จากสถิติปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกิจกรรม Human Wave นับแสนคน
@ พัทยาอัดอีเวนต์เกือบทั้งเดือน
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี กล่าวว่า เดิมทีเทศกาลสงกรานต์พัทยาจะเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย แต่ด้วยผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้ยอดจองที่พักช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในกลุ่มโรงแรมระดับ 1-5 ดาว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมามีมากกว่า 70% อย่างไรก็ตาม ยังคงคาดการณ์ได้ยากว่าช่วงใกล้เทศกาลที่พักเกือบทุกแห่งจะมียอดจองเต็ม 100% หรือไม่ เนื่องจากผลกระทบสงครามทำให้เกิดวิกฤตด้านพลังงาน น้ำมันขาดแคลน นักท่องเที่ยวไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเดินทาง
ขณะเดียวกัน ททท. สำนักงานพัทยา จัดกิจกรรมเล่นน้ำได้ทั้งจังหวัดเกือบตลอดทั้งเดือน ตั้งแต่วันที่ 5-20 เมษายน 2569 ที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว เช่น วันไหลบ่อวิน ประเพณีสงกรานต์ อำเภอเมืองชลบุรี วันไหลนาเกลือ วันไหลพัทยา เป็นต้น
นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ผู้บริหารโรงแรมนิวซีซั่นหาดใหญ่ กล่าวว่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้จัดงาน Hatyai Midnight Songkran 2026 เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียสั่งจองห้องพักเพิ่มขึ้นถึง 90% แต่ด้วยวิกฤตราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทั้งในไทยและในมาเลเซีย รวมถึงประชาชนกังวลน้ำมันขาดแคลน จึงได้ทยอยยกเลิกที่พักเหลือเพียง 50%
ส่วนนายวิทยา แซ่ลิ่ม ผู้ก่อตั้งสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา และมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา กล่าวว่า วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลต่อรถบัสนำเที่ยว และรถโดยสารประจำทางระหว่างสิงโปร์ มาเลเซีย และหาดใหญ่ อาจมีการปรับราคาขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียประมาณ 60,000 คนต่อวัน จะมีค่าใช้จ่ายตลอด 3 วันเฉลี่ย 6,000 บาทต่อคน สร้างรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงวันสงกรานต์จะยังมีนักท่องเที่ยววอล์กอินเพิ่มเติม
นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งร่วมจัดกิจกรรมสงกรานต์เกือบทุกพื้นที่ อาทิ งานสงกรานต์โนแอล สงกรานต์เซ็นทรัลภูเก็ต โดยเฉพาะในพื้นที่หาดป่าตองมีการเล่นน้ำ 3 วัน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในจังหวัดให้นานที่สุด ซึ่งภูเก็ตยังเป็น Safe Zone ที่ดีของนักท่องเที่ยวเสมอ ส่งผลให้ภาพรวมยอดจองห้องพักช่วงสงกรานต์อยู่ที่ 60%
นายธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกฝ่ายบริหารสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า จากภาวะสงครามส่งผลให้ตลาดตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงหาย แต่เทศกาลสงกรานต์นี้ภูเก็ตยังคงคึกคัก และยังคงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวหลายประเทศ เชื่อว่าในช่วงสงกรานต์กลุ่มโรงแรมอัตราเข้าพักลดลงเพียง 10% เท่านั้น โดยภาคธุรกิจเตรียมแผนกระตุ้นนักท่องเที่ยว คือการโปรโมชั่นของโรงแรม ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เพราะตรงกับช่วงปิดภาคเรียนพอดี
อ่านข่าวต้นฉบับ: สงคราม-น้ำมันแพงพ่นพิษ ทุบ‘สงกรานต์’ซบทั่วไทย