คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ทั้งผลผลิตหัวมันสดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การส่งออกมันเส้นและมันเม็ดที่ตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการแข่งขันจากเวียดนาม ลาว และกัมพูชาที่เริ่มดึงฐานวัตถุดิบและฐานการค้าจากไทยไปมากขึ้น
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ถึงภาพรวมฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 สถานการณ์ส่งออก ตลาดจีน-ยุโรป ความสามารถแข่งขันของไทย ปัญหาโรคระบาด และโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ก่อนอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยจะถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงอย่างถาวร
ภาพรวมการส่งออกมันสำปะหลังในช่วง 6 เดือนแรกของฤดูกาลปี 2568/2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มมันเส้นและมันเม็ด ซึ่งไทยส่งออกได้เพียงประมาณ 860,000 ตัน ขณะที่ช่วงเดียวกันของฤดูกาลก่อนส่งออกได้ประมาณ 1.67 ล้านตัน หรือลดลงเกือบ 50% สำหรับแป้งมันสำปะหลัง ทั้งแป้งดิบและแป้งแปรรูป ช่วงเดียวกันส่งออกได้ประมาณ 1.83 ล้านตัน เทียบกับฤดูกาลก่อนที่ส่งออกได้ประมาณ 2.21 ล้านตัน ลดลงเกือบ 20% ดังนั้นทั้งฤดูกาลปี 2568/2569 การส่งออกมันเส้นและมันเม็ดของไทยน่าจะทำได้เพียงประมาณ 1.5 ล้านตัน เทียบกับปีก่อนที่ส่งออกได้ประมาณ 4.4 ล้านตัน เท่ากับลดลงประมาณ 65%
“ปีนี้การส่งออกมันเส้นและมันเม็ดทั้งปีคาดว่าจะลดลงถึงประมาณ 65% ถือว่าการส่งออกโดยเฉพาะมันเส้นต่ำมากในรอบหลายสิบปี”
ส่วนแป้งมันสำปะหลังในฤดูกาลนี้คาดว่าจะส่งออกได้ต่ำกว่า 3.5 ล้านตัน จากปีก่อนที่ส่งออกได้ 4.4 ล้านตัน หรือลดลงประมาณ 20%
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ต้องจับตา คือ ตัวเลขการส่งออกมันเส้นและแป้งดิบของไทยเมื่อเทียบกับเวียดนาม โดยช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ไทยส่งออกมันเส้นได้ประมาณ 644,000 ตัน ลดลง 65% จากปีก่อน ขณะที่เวียดนามส่งออกได้ประมาณ 470,000 ตัน เพิ่มขึ้น 25% ส่วนแป้งดิบ ไทยส่งออกในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ได้ประมาณ 650,000 ตัน ลดลง 29% จากปีก่อน ขณะที่เวียดนามส่งออกได้ประมาณ 800,000 ตัน ลดลงเพียง 4%
“จะสังเกตได้ว่าตัวเลขปริมาณการส่งออกมันเส้นและแป้งดิบของเวียดนามสูงกว่าไทย อันนี้เป็นประเด็นและจะมีปัญหา”
แนวโน้มการส่งออกที่เราลดลงปัญหาสำคัญคือ ฐานวัตถุดิบหายไป โดยเดิมไทยนำเข้ามันเส้นจากกัมพูชาและลาวแต่ขณะนี้ไม่สามารถนำเข้าจากกัมพูชาได้ ทำให้กัมพูชาหันไปส่งออกมันเส้นและหัวมันสดให้เวียดนามแทน ขณะที่ไทยยังพึ่งพาได้เพียงบางส่วนจากลาว ส่งผลให้ปริมาณมันเส้นในระบบลดลง
อีกปัจจัยหนึ่ง คือ ความต้องการใช้ในจีนลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์ เพราะราคามันเส้นไทยขยับขึ้นจากเดิมประมาณ 200 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 260-270 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้แพงกว่าข้าวโพดและข้าวสาลีค่อนข้างมาก จีนจึงหันไปใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน
“จีนลดลงในส่วนอาหารสัตว์ แต่ส่วนที่นำมาทำเอทานอลยังมีความต้องการอยู่ เพียงแต่ราคาสูงขึ้น และของมีน้อยทั้งหมด”
ทั้งนี้ เมื่อดูในส่วนแป้งดิบ ปัญหาหลักที่เราเจอคือ ราคาของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยแพงกว่าเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ประมาณ 45-50 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้ลูกค้ารายใหญ่โดยเฉพาะจีนหันไปซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น มีผลทำให้การส่งออกลดลง เพราะของไทยราคาสูงค่อนข้างมาก และสาเหตุที่เวียดนามแข่งขันได้ดีกว่าไทยมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ต้นทุนหัวมันสดถูกกว่า โดยเวียดนามนำเข้าหัวมันสดจากกัมพูชาประมาณปีละกว่า 5 ล้านตัน และปีนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 ล้านตัน ทำให้มีวัตถุดิบมากขึ้นและต้นทุนถูกกว่าไทย นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการผลิตของเวียดนามต่ำกว่าไทย ทั้งค่าไฟ ค่าแรง และค่าเงินที่อ่อนกว่า ขณะที่ค่าเงินบาทของไทยผันผวนและมีช่วงแข็งค่ากว่าเงินเวียดนาม จึงกระทบความสามารถแข่งขันด้านราคา
แม้ภาพรวมแป้งดิบจะเผชิญแรงกดดันหนัก แต่กลุ่มแป้งแปรรูปหรือแป้งโมดิฟายยังทรงตัวและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2-3% เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างลาวและกัมพูชายังไม่มีศักยภาพด้านนี้ ส่วนเวียดนามเริ่มสร้างกำลังการผลิตแล้ว แต่คุณภาพยังสู้ไทยไม่ได้ อย่างไรก็ตามเตือนว่าหากราคาวัตถุดิบไทยยังสูงต่อเนื่องแม้แต่แป้งแปรรูปก็จะเริ่มมีปัญหา เพราะผู้ซื้ออาจหันไปใช้แป้งมันฝรั่งหรือแป้งข้าวโพดที่ถูกกว่า
อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนมาดูตลาดมันเส้นของไทยยังพึ่งพาจีนมากกว่า 90% แม้ไทยพยายามส่งออกไปตลาดอื่น เช่น ตะวันออกกลาง หรือใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ แต่ปริมาณรองรับยังจำกัดเพียงหลักแสนถึง 2-3 แสนตัน ขณะที่ในอดีตไทยเคยส่งออกมันเส้นได้ 4-5 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามกรณีจีนปลูกมันสำปะหลังในบางพื้นที่ เช่น กว่างซี ทางตอนใต้ใกล้เวียดนามและลาว แต่ปริมาณยังไม่มาก อย่างไรก็ตามจีนเริ่มพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง และนำไปปลูกในลาว รวมถึงเริ่มลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
“จีนมีปลูกอยู่แล้วทางกว่างซี แต่ปลูกได้ไม่เยอะ ตอนนี้เขาหันมาลงทุนในลาว เพราะบางอุตสาหกรรมแป้งเขาผลิตในจีนไม่ได้ เนื่องจากเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม เขาก็ลงมาลงทุนที่ลาว และมีการพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังไปปลูกในกว่างซีและลาว”
กลุ่มผู้ซื้อจีนรายใหญ่ที่เคยตั้งฐานซื้อในไทย เริ่มย้ายไปอยู่กัมพูชา เวียดนาม และลาว เนื่องจากวัตถุดิบของไทยลดลง เรื่องนี้่น่าห่วง เพราะมีผลต่อการแข่งขันอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย
ทั้งนี้ เมื่อดูผลผลิตคณะสำรวจของ 4 สมาคมประเมินผลผลิตหัวมันสดปีนี้ไว้ประมาณ 22 ล้านตัน ขณะที่ตัวเลขทางราชการอยู่ที่ 24 ล้านตัน แต่จากสถานการณ์ส่งออกที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าผลผลิตหัวมันสดจริงอาจต่ำกว่า 20 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมากในรอบหลายสิบปี โดยไทยเคยมีผลผลิตหัวมันสดปกติ 35-40 ล้านตัน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการส่งออก การแปรรูป อาหารสัตว์ และพลังงาน
“ปกติเราเคยได้ 35 ล้านตันถึง 40 ล้านตัน ต้องพยายามรักษาตัวนี้ให้ได้ เพราะตอนนี้ถ้าเหลือแค่ 20 ล้านตันมันก็ไม่ไหว”
การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ใช่การพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องกลับมาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของไทย และลดต้นทุนการปลูกของเกษตรกร
“ถ้าแก้อย่างยั่งยืนเราต้องหันมาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังของบ้านเราให้มากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายการปลูกลง ไม่ต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องโตด้วยตัวของเราเอง อันนี้เป็นการแก้ไขที่ถูกจุดที่สุด”
ปัจจุบันผลผลิตเฉลี่ยของไทยอยู่เพียงประมาณ 2-3 ตันต่อไร่ ขณะที่บางจังหวัดของเวียดนามทำได้ถึง 7 ตันต่อไร่ หากไทยสามารถยกระดับค่าเฉลี่ยทั้งประเทศให้ได้ 5 ตันต่อไร่ จะช่วยให้แข่งขันได้ แม้ต้นทุนการผลิตบางส่วนของประเทศเพื่อนบ้านจะต่ำกว่า
“เราไม่อยากพูดถึงเรื่องราคา แต่อยากทำให้ผลผลิตต่อไร่จากเดิม 2-3 ตันให้ได้ 5-6 ตัน ถ้าไทยเฉลี่ยได้ 5 ตันผมว่าเราอยู่รอด แข่งขันกับคู่แข่งได้ เพราะลูกค้าต่างประเทศยังมีความเชื่อมั่นประเทศไทยมากกว่า”
อย่างไรก็ดีไม่ว่ารัฐจะผลักดันตลาดพลังงาน อาหารสัตว์ แป้งแปรรูป หรือสินค้า HVA สุดท้ายต้องย้อนกลับมาแก้ต้นทาง คือ ผลผลิตหัวมันสดต้องเพียงพอ ผลผลิตต่อไร่ต้องสูงขึ้น ต้นทุนเกษตรกรต้องลดลง และต้องมีพันธุ์สะอาด-พันธุ์ต้านทานในระบบให้มากพอ
หากไทยไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างตั้งแต่วันนี้ อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยจะเสียทั้งรายได้ส่งออก ฐานผู้ซื้อ และฐานการผลิตให้ประเทศเพื่อนบ้าน “เราต้องรีบทำ ไม่ใช่รอให้ปัญหามาแล้วค่อยแก้”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘มันสำปะหลังไทย’ต้องแก้ก่อนสาย เร่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่สกัดเวียดนามแซง
