สมาคมรถโดยสารไทย ยื่นอธิบดีกรมการขนส่ง 7 เม.ย.นี้ ขอขึ้นค่าโดยสารก่อนสงกรานต์นี้อีก 8 สตางค์/กม. หลังดีเซลแตะ 47.74 บาท/ลิตร มากกว่ามติเดิม 8.80 บาท โอดแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว ไม่มีเงินเติมน้ำมัน แถมขาดนัำมันหล่อลื่น อาจหยุดวิ่ง
นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย เปิดเผยว่า วันที่ 7 เมษายนนี้ เข้าพบนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อยื่นหนังสือจะขอปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 8 สตางค์/กม.เนื่องจากมติคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางล่าสุดให้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถหมวด 2,3 เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ปรับค่าโดยสารขึ้น 4 -5 สตางค์/กม. โดยการประชุมครั้งนั้นพิจารณาจากต้นทุนน้ำมันดีเซลที่ 38.94 บาท/ลิตร และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนนี้ แต่ตอนนี้น้ำมันดีเซลปรับขึ้นเป็น 47.74 บาท/ลิตร แตกต่างจากราคาที่คณะกรรมการฯพิจารณาถึง 8.80 บาท
“ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นล่าสุดนั้น ส่งผลให้อัตราค่าโดยสารใหม่ที่จะบังคับใช้ ก็ไม่เพียงพอที่จะให้ผู้ประกอบการขนส่งจัดการเดินรถได้ จึงมีความจำเป็นต้องเรียกร้องไปยังคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ขอปรับอัตราค่าโดยสารอีกครั้งหนึ่ง ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงเป็นที่มาขอปรับอีกกก.ละ 8 สตางค์ ”
นายพิเชษฐ์กล่าวว่า โดยมีเหตุผลประกอบการพิจารณา คือ 1.ขณะนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ในภาวะปกติของปีที่ผ่านๆมา ซึ่งผู้ประกอบการเตรียมรถเสริมรองรับไม่ให้มีการตกค้าง หรือรอนานเกินไป แต่ทุกครั้งผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเป็น 2 เท่า เพราะรับผู้โดยสารได้ขาเดียว เมื่อไปส่งถึงปลายทางแล้ว ต้องตีรถเปล่ากลับ แต่เมื่อราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้น ถ้าต้องตีรถเปล่ากลับ ยิ่งเพิ่มภาระขาดทุนหนักขึ้นไปอีก ดังนั้นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจึงเห็นผู้ประกอบการลดเที่ยววิ่ง และลดการเสริมรถในช่วงเทศกาล เพราะแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว ทำให้มีรถรองรับผู้โดยสารไม่เพียงพอ
2.การขอปรับค่าโดยสารในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เป็นเพียงการประคับประคองให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ โดยที่ประชาชนผู้ใช้บริการยังคงได้รับความสะดวกในการเดินทางเหมือนเดิม ถึงแม้จะมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไปบ้าง แต่จะเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลสูงเท่านั้น ถ้าราคาน้ำมันลดลง กรมการขนส่งทางบกจะสั่งให้ผู้ประกอบการลดค่าโดยสารลงตามต้นทุน ที่แท้จริงอยู่แล้ว เหมือนที่เคยดำเนินการมา
”สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจรถโดยสารประจำทางเป็นอย่างมาก เพราะน้ำมันดีเซลถือเป็นต้นทุนหลักในการประกอบกิจการถึง 40% ล่าสุดเริ่มมีปัญหาของขาดแล้ว เช่น น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งได้รับแจ้งว่าสินค้าหมดสต๊อก“ นายพิเชษฐ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: รถร่วมบขส. แบกขาดทุนไม่ไหว ดีเซลพุ่ง 47.74 บาท ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 8 สตางค์/กม.