ครม.ชุดใหม่เตรียมเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ วันที่ 6 เม.ย.นี้ จากนั้นจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 7-8-9 เม.ย.
แล้วเข้าทำงานในกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย
รอบนี้ รัฐบาลมากับวิกฤตพลังงาน อันเป็นผลจากการสู้รบที่รอบอ่าวเปอร์เซีย
ในสงครามที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และทำให้ผู้คนเดือดดาลไปทั้งโลกจากผลกระทบที่เกิดขึ้น
สหรัฐลงไม้ลงมือเข้าใส่อิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. เวลาล่วงเลยจะหมดเดือน มี.ค.ยังเผด็จศึกไม่ได้
บรรดาประเทศในยุโรป หรือกลุ่มนาโตไม่สนับสนุนสงครามนี้ รัสเซีย ไม่เล่นด้วย มหาอำนาจตะวันออกอย่างจีนก็ไม่เห็นด้วย
ทำให้ ปธน.ทรัมป์ฉุน ด่ากราดไปทั่ว
ส่วนประเทศไทย ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน แน่นอนว่าหนีไม่พ้น ผลกระทบแน่นอน
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเมื่อ 25 มี.ค. ปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้น 6 บาท
มีผล 05.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ทำเอารัฐบาลโดนยำใหญ่แบบหูดับตับไหม้
และต่อมาวันที่ 2 เม.ย. ลดการชดเชยอีก ทำให้ราคาดีเซลเพิ่มลิตรละ 3.50 บาท
แน่นอนว่า ผลที่จะตามมา ราคาสินค้าและบริการที่จะต้องปรับตัวขึ้น
รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร และแก้ได้แค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องแสดงฝีไม้ลายมือกันอย่างจริงจัง
การให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 2 เม.ย. คำถามคำตอบที่นักข่าวยิงใส่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นเรื่องราคานํ้ามัน รวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน การออกพระราชกำหนดกู้เงิน
นายกฯอนุทินไม่ได้ตอบอะไรชัดเจนนัก และกล่าวเชิงชี้แจงว่า ที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน หรืออุ้มธุรกิจ ขอยืนยันว่าสำนึกอยู่เสมอว่าที่มาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางที่จะเห็นใครดีกว่าประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีการจับกุมเรือลักลอบขนน้ำมันไปขายยังกัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา และลักลอบนำออกไปขาย ซึ่งก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีอยู่เยอะ
เมื่อถามย้ำว่า พอจะเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ว่าเป็นใคร นายอนุทินกล่าวว่า มีเป็นในรูปบริษัท ซึ่งบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะมารายงานให้ทราบ ซึ่งทราบว่า ขณะนี้มีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงทหารในการทำงานร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้โลกโซเชียลตำหนินายกรัฐมนตรีค่อนข้างเยอะ จะบริหารความรู้สึกอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รับฟังหมด บางคนก็ให้ข้อคิดให้แนวทาง ตนก็ฟังก็อ่านดู
เราเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนสาธารณะ เปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ได้
เมื่อถามว่า ไม่เครียดใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุเพียงว่า ก็ต้องบริหารให้ได้ จะบอกว่าอ่านแล้วยิ้มไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอก แต่ที่รู้สึกไม่ได้เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกว่าทุกคำวิพากษ์วิจารณ์จะมีข้อแนะนำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้กำลังใจนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม อย่างไรบ้าง เนื่องจากขณะนี้กระแสโซเชียลไม่ให้ไปเติมน้ำมันปั๊มพีที นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ ต้องทำงานอย่างเดียว ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจทำงานหน่อยก็เปลี่ยนดีกว่า ไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่ และทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร
เมื่อถามถึงการทำงานของ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. สอบผ่านหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลที่สื่อสารเป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุม ศบก. การจะเป็นโฆษกไม่เกี่ยวข้องกับจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้คิดเอง แต่เป็นข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก ศบก. ก็สื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ
การแก้ปัญหาพลังงานด้วยการลดการอุดหนุน ทำให้ราคาขายใกล้เคียงกับต้นทุนและราคาขายในตลาดของประเทศใกล้เคียง ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
เพราะต้องซื้อน้ำมันราคาแพง และรับผลจากราคาสินค้าที่ต้นทุนสูงขึ้น
ทำให้รัฐบาลต้องตอบคำถามมากเป็นพิเศษ จึงต้องแก้เกมด้วยการตั้งโฆษกมาช่วยแถลงข่าว
เห็นชัดว่า การสื่อสาร การสร้างความเข้าใจในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆแต่ก็ถอยไม่ได้ ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง ทีละเปลาะ สถานเดียว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘อนุทิน’ กับปมน้ำมัน เกมนี้ ‘ไร้ทางถอย’