คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ บล. InnovestX
ล่าสุดเริ่มมีการส่งสัญญาณใช้การทูตเพื่อหาทางออก ซึ่งหากนำไปสู่การลดระดับความตึงเครียดและเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายได้จะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” (Turning Point) ที่ปลดล็อก Geopolitical Risk Premium ที่เคยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมาตลอดหลายสัปดาห์
อย่างไรก็ดี เรามองว่า ภาวะการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงแรกนี้จะเป็นลักษณะ Relief Rally ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย Sentiment เป็นหลัก ซึ่งยังมีความผันผวนสูงจนกว่าจะเห็นข้อยุติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่านี้
เราประเมินทิศทางของ ระยะสั้น คาดมีโอกาสดีดตัวอย่างรวดเร็ว (ฟื้นตัวแบบ V-Shaped) กลับไปทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,480 จุด จากคาดความหวังเชิงบวกต่อการเริ่มเจรจา ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันที่จะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี ทิศทางของ SET ระยะถัดไปขึ้นกับความสำเร็จในการเจรจาเป็นสำคัญว่าจะนำไปสู่ 1) ข้อตกลงสันติภาพที่ถาวร ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤตพลังงานก่อนหน้านี้ หรือ 2) การเจรจาที่ล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยง (Panic Sell) ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1,350 จุดอีกครั้ง
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และมีความคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจา แนะนำให้ปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับระยะเวลาและความผันผวนที่จะเปลี่ยนรูปแบบไป แนะนำ “เข้าซื้อเก็งกำไร”
1) หุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงแรง และ/หรือ มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI BA) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) รพ. ระดับบน (BH BDMS PR9) และท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT)
2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่อุปทานชะงักงันลดลง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) วัสดุก่อสร้าง (SCC) และบรรจุภัณฑ์ (SCGP) และ
3) หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย Short Covering ซึ่งเป็นหุ้น SET50 ที่มีปริมาณขายชอร์ตเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ในช่วงเกิดวิกฤต ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR
ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง เราแนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งการเน้นสินทรัพย์ที่มี Duration สั้นจะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา (Duration Risk) รวมทั้งยังเป็นการสะสมความคล่องตัวเพื่อรอเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีในจังหวะที่ราคาย่อลงมาในอนาคต ?
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดกลยุทธ์รับสัญญาณตะวันออกกลางสงบศึก