คอลัมน์ : Politics policy people forum
พรรคภูมิใจไทย ผ่านการเลือกตั้ง 4 ครั้ง สถาปนาเป็นพรรคใหญ่ 193 ที่นั่ง
ณ เวลานี้อยู่ระหว่างการฟอร์มรัฐบาล ท่ามกลางกลเกมการต่อรอง ที่พรรคภูมิใจไทย พยายามบีบพรรคกล้าธรรม เข้ามามอบตัว ลดเงื่อนไขคุมกระทรวงใหญ่
ใช้วิธีดีลพรรคเพื่อไทย 74 เสียง ตีโอบพรรคเล็กให้มาอยู่ใต้อาณัติ เพื่อสกัดไม่ให้พรรคกล้าธรรมรวบรวมกำลังพรรคเล็กมาต่อรองโควตารัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงใหญ่
จำนวนตัวเลขที่พรรคภูมิใจไทย รวบรวมพรรคการเมืองตั้งรัฐบาล หลังผ่านการเลือกตั้งมาครบ 1 สัปดาห์ สามารถรวมทั้งสิ้น 283 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง
แต่รวม ๆ แล้ว ท้ายที่สุดรัฐบาลอนุทิน 2 อาจทะลุ 290 เสียง หากรวบรวมพรรคเล็กได้เพิ่มเติม แต่ยังไม่อาจตัดสมการที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลทิ้งไปได้ หากสุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เจ้าของพรรคกล้าธรรม ยอมลดเงื่อนไข มอบตัวกับภูมิใจไทย
ท่ามกลางเกมต่อรองอำนาจการเมือง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศว่า
“พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด”
“พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกันคือ ทีมประเทศไทย ที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์ ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ”
อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย ที่รวมการเมืองบ้านใหญ่หลายมุ้งเข้ามาอยู่ในที่ที่เดียวกัน ประกอบกับการตั้งรัฐบาลผสม 10 พรรค แต่เก้าอี้รัฐมนตรีมีได้จำกัด เพราะ 3 เก้าอี้กระทรวงหลักถูกกันเอาไว้ตามคำประกาศของนายกฯอนุทิน
โดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นั่งรองนายกฯควบ รมว.คลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
เก้าอี้รัฐมนตรีที่เหลือจึงต้องชิงกันฝุ่นตลบ แม้จะมีการเคาะสูตรเก้าอี้รัฐมนตรี บ้านใหญ่-มุ้งการเมืองไหน กำ สส. 10 คน จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง
หากนับเฉพาะ “บ้านใหญ่การเมือง” ที่เป็นกลุ่มสีน้ำเงินแท้ ๆ ทำผลงานจากการเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้าเกินครึ่งในภาคอีสาน-ภาคกลาง ทั้งบ้านใหญ่ ไตรสรณกุล-อังคสกุลเกียรติ แห่งศรีสะเกษ บ้านใหญ่ปริศนานันทกุล แห่งอ่างทอง
ซุ้มการเมืองสุรินทร์ที่เป็นการเมืองท้องถิ่น “มุ่งเจริญพร-จรัสรพีพงศ์-เจริญพันธ์” สามารถทาสีน้ำเงินได้ยกจังหวัดเป็นครั้งแรก “บ้านใหญ่ไทยเศรษฐ” แห่งอุทัยธานี บ้านใหญ่ลพบุรี “จิระพันธุ์วาณิช” บ้านใหญ่วังน้อย ของตระกูลพันธ์เจริญวรกุล ที่ได้ สส.อยุธยา ยกจังหวัด
ยังไม่นับบรรดาขุนพลสีน้ำเงิน ที่ต้องได้เป็นรัฐมนตรี อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ทรงศักดิ์ ทองศรี, ไชยชนก ชิดชอบ เป็นต้น
ขณะที่บ้านใหญ่การเมืองที่เข้ามาเสริมก่อนเลือกตั้ง อาทิ “บ้านใหญ่ศิลปอาชา” นำโดย วราวุธ ศิลปอาชา ที่ผนึกสุพรรณบุรี กับบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ แห่งเมืองนครปฐม พา 9 สส. สละเรือชาติไทยพัฒนามาร่วมทัพภูมิใจไทย ก่อนที่จะชนะไป 9 เขตเลือกตั้ง
ซุ้มมะขามหวาน ของ “สันติ พร้อมพัฒน์” และ อัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐ กวาดที่นั่งเพชรบูรณ์ยกจังหวัด 6 เขต บวกกับ 1 ที่นั่งในมุกดาหาร เขต 1 คือ วิริยะ ทองผา
“สุชาติ ชมกลิ่น” ภายใต้ชื่อกลุ่มว่า “ซุ้มมังกรน้ำเค็ม” ที่ร่วมกับ ธนกร วังบุญคงชนะ ยกทีมกลุ่ม 16 พรรครวมไทยสร้างชาติ พาอดีต สส. 11 คน เข้าพรรคภูมิใจไทย
งวดนี้ สส.เขตในซุ้มนี้สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ครบ อาทิ พิพิธ รัตนรักษ์ ว่าที่ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 2 พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ว่าที่ สส.นครศรีธรรมราช เขต 9 ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ว่าที่ สส.เพชรบุรี เขต 1 อภิชาติ แก้วโกศล ว่าที่ สส.เพชรบุรี เขต 3 กุลวลี นพอมรบดี อดีต สส.ราชบุรี เขต 1 จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ว่าที่ สส.ชลบุรี เขต 4 อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ว่าที่ สส.ชลบุรี เขต 5
กลุ่มสุดซอย “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ผนึกบ้านใหญ่จุลใสแห่งชุมพร ที่ยกทัพอีกขาหนึ่งของพรรครวมไทยสร้างชาติ มาซบพรรคภูมิใจไทย ได้ สส.กลับเข้ามาเกือบครบ
อาทิ พงษ์มนู ทองหนัก จุติ ไกรฤกษ์ นิยม ช่างพินิจ 3 ว่าที่ สส.พิษณุโลก อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ว่าที่ สส.ราชบุรี เขต 4 ขณะที่บ้านใหญ่จุลใส เข้าวินทั้ง 3 เขต วิชัย สุดสวาสดิ์ กิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และ สุพล จุลใส ขณะที่สุราษฎร์ธานี กานสินี โอภาสรังสรรค์ ว่าที่ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1
ขณะที่บ้านใหญ่การเมือง จากทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐในภาคใต้ ที่มาประกอบร่างทำให้ พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ตามเป้า 31 ที่นั่ง อาทิ กลุ่มบ้านใหญ่บุญญามณี สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ สส.สงขลา เขต 1 สมยศ พลายด้วง ว่าที่ สส.สงขลา เขต 3
กลุ่มของ สันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีสำนักนายกฯ อดีตพรรคพลังประชารัฐ ขน สส.กลับเข้าสภา อาทิ ทวี สุระบาล ว่าที่ สส.ตรัง เขต 2 เอกพล ณ พัทลุง ว่าที่ สส.ตรัง เขต 1 คอชีย์ มามุ ว่าที่ สส.ปัตตานี เขต 2
กลุ่มบ้านใหญ่การเมือง ที่ตีตราจองเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ต้องนึกหน้า เพราะมีชื่อเหล่านี้ปรากฏอยู่แน่นอน คือ กลุ่มศิลปอาชาและสะสมทรัพย์-กลุ่ม 16 รวมไทยสร้างชาติ ที่นำโดย “สุชาติ ชมกลิ่น” กลุ่มสุดซอย ของ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์”
แค่ในพรรคภูมิใจไทยก็ชิงเก้าอี้ฝุ่นตลบ
พรรคภูมิใจไทยยังต้องแบ่งเก้าอี้ให้กับพรรคที่ถูกดึงมาร่วมรัฐบาล อันดับแรก พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 3 มีทั้งหมด 74 เสียง ตามสูตร สส. 10 คน ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 1 คน พรรคเพื่อไทยจะได้ 7-8 ที่นั่ง
ในจังหวะชุลมุน พรรคเพื่อไทย ยื่นคำขอจองกลางอากาศ ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ร้อนถึงพรรคภูมิใจไทย ต้องปล่อยข่าวเพื่อสยบข่าวลือ “ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงร่วมรัฐบาลเนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองตามลำดับ”
“และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป”
แค่เห็นชื่อ-จำนวนบ้านใหญ่ ที่พา สส.สีน้ำเงินเข้าสภา จนได้ 193 ที่นั่ง ยังไม่นับเก้าอี้พรรคเพื่อไทยที่โยนหิน 5 กระทรวง
หรือ กล้าธรรม ที่จะมาในนาทีสุดท้าย การจัดโผ ครม.ให้เป็นที่พอใจของทุกกลุ่มนั้นยากยิ่ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดสังเวียนภูมิใจไทย การเมืองบ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้รัฐมนตรี